ForexFundamental

Greeting

posted on 31 Dec 2008 19:12 by forexstudy  in ForexFundamental

ก่อนอื่น ต้องขอทักทายทุกคนที่ผ่านเข้ามาดูในบล๊อกนี้ ไม่ว่าจะหลงเข้ามารึตั้งใจเข้ามา ก็ตามแต่  555+

คิดว่าหลาย ๆ คน คงเคยประสบพบเห็น กับ โฆษณา เกี่ยวกับการ หารายได้ผ่านอินเตอร์เนตซึ่งมีกันอย่างมากมาย และ เห็นได้ทั่ว ๆ ไป  ทั้งที่แปะ เป็น แบบเนอร์ โฆษณาก็ดี หรือไม่ว่าจะเป็น การส่ง อีเมล์ ที่เขียนหัวข้ออย่างเลิศหรู ต่าง ๆ นา ๆ ซึ่งหลาย ๆ คน อาจจะรำคาญ (ผมเป็นหนึ่งในนั้น) หรือหลาย ๆ คน คงจะสนใจไปทำ ซึ่งบางคนอาจจะประสบความสำเร็จ(เชื่อว่าเป็นส่วนน้อย) และหลายคนที่ต้องผิดหวัง(อันนี้น่าจะเป็นส่วนมาก)แต่ช่างเถอะ ไม่เกี่ยวกันเดี๋ยวจะออกนอกเรื่อง ณ ขณะนี้ ธุรกิจส่วนใหญ่ที่มาใน อินเตอร์เนต มักจะเป็น ธุรกิจเครือข่ายเสียเป็นส่วนใหญ่

แต่ในบล๊อกนี้จะขอกล่าวถึงแต่เพียงการเล่น หุ้น ออนไลน์ โดยส่วนมากที่เล่นจะเป็น Forex  หรือค่าเงินนั่นเอง คนส่วนมากที่เล่นหุ้นออนไลน์ จะเล่น Forex เสียส่วนใหญ่ แต่อย่างไรก็ตามก็ยังคงมี ตลาดทองคำ หรือ น้ำมัน หรือตลาดหุ้น ใหญ่ ๆ อย่าง Nasdaq หรือ S&P ให้เล่นอยู่บ้างในบางโบรกเกอร์

 

อย่างที่กล่าวมาว่าในที่นี้เราจะไม่พูด หรือเอ่ยถึงธุรกิจอย่างอื่น เพราะว่า สิ่งเดียวที่จะสามารถสร้างรายได้อย่างมหาศาล โดยที่คุณ ไม่ต้องไปหาคน ไม่มีงานขายแอบแฝง ไม่ต้องไปชวนใคร ไม่ต้องลงทุนทุกๆ เดือน ไม่ต้องรอรับค่าคอมมิชชั่น อะไรต่างๆ นา ๆ ที่ธุรกิจเครือข่ายจะสรรหามาหว่านล้อม ให้คนมาทำ เหอะๆ และที่สำคัญ ไม่มีแผนการจ่าย รายได้จะขึ้นกับ ผลงานของคุณ ผลงานในที่นี้ไม่ใช้การรักษา ยอด หรืออัะไรก็ตาม มันอยู่ที่ตัวคุณจริง ๆ คูรจะขาดทุนหรือกำไร มันก็อยู่กับตัวคุณเอง ที่มาเขียนนี้ ไม่ได้จะชักจูงให้มาเล่น Forex หรือไปโจมตี MLM แต่อย่างจะอธิบายว่า Forex ไม่เหมือนงาน ออนไลน์ที่มีการโฆษณาการเกลื่อนกลาด และทำไมคนถึงไม่ค่อยเห็นหารโฆษณาของ Forex เป็นเพราะว่ามันไม่จำเป็นที่ต้องหาสมาชิกมาสมัครต่อจากคุณน่ะสิ อาจมีในบางโบรกเกอร์ ที่จะได้รับแบ่งค่าคอมมิชชั่นบ้าง แต่ไม่มากเท่ากับการทืี่คุณมานั่งเทรดเองแน่นอน

 

สำหรับคนที่อ่านมาจนถึงตรงนี้ ไม่ว่า จะอ่านเพราะสนใจจริง ๆ หรือ อ่าแก้เซ็งก็แล้วแต่ต่อไปนี้จะขอ ตอบคำถามทีมักเป็นคำถามสุดฮิตสำหรับคนหลาย ๆ คนที่สนใจ และมักเป็นคำถามที่ไม่มีประโยชน์ หรือเป็นคำถามที่อาจจะก่อความรำคาญให้มือโปร ส่วนมาก(มือโปรบางคนอาจจะไม่รำคาญและยินดีตอบแต่สำหรับผมมันเป็นคำถามที่ไม่สร้างสรรค์)มาดูเลยดีกว่า

 

1.เล่นแ้ล้วได้จริงมั้ย

 ตอบ ได้ สำหรับคนที่ตั้งใต ไม่ได้ สำหรับคนที่ไม่ตั้งใจ

2. รายได้เดือนละ / วันละเท่าไหร่

 ตอบ แล้วแต่คุณ

3.เล่นยังไง

 ตอบ  log in  แล้วก้อเทรดเอาดิ

4.ทำไงถึงไม่เสีย

 ตอบ ใครจะตอบได้ มันขึ้นอยู่กับประสบการณ์

5.ต้องเริ่มยังไง

 ตอบ สมัคร โบรก แล้วฝึกเทรด ศึกษา ให้มากๆ

6.กราฟจะขึ้นหรือลง

 ตอบไม่ใช่หมอลักษณ์ เลยไม่รู้

7.รู้ได้ไงว่ากราฟจะขึ้นหรือลง

 ตอบ ตาม ข้างบน แล้วว่าไม่รู้ ต้องวิเคราะห์ แต่มันไม่ 100%

8.จะขึ้น / ลง อีกนานมั้ย

 ตอบ ใครจะไปรู้อะ

9. จะลง / ขึ้น ไปถึงตรงไหน

 ตอบ กะคร่าวๆ ได้จากแนวรับ - แนวต้าน แต่ไม่แน่นอน

10. เข้าเมื่อไหรบอกด้วยนะ

 ตอบ ทำไมไม่หัดดูเอง

11. เข้าตรงนี้ดีมั้ย

 ตอบ ตัดสินใจเอาเอง

12. เข้า short หรือ long

 ตอบ ดูเทรนดิแล้วจะรู้

13.ได้วันละกี่จุดดี

 ตอบ สุดแล้วแต่

14. บวกเท่านี้ปิดได้ยัง

 ตอบ พอใจรึป่าวล่ะ

15. ต้องบวกประมานเท่าไหร่

 ตอบ ถ้าพอใจเท่าไหร่ก้อปิดไปเหอะ

16. คุณได้วันละเท่าไหร่

 ตอบ ทำไมต้องบอกอะ

17. คุณมีเงินเท่าไหร่

 ตอบ เกี่ยวไร กะคุณ

 18. ถ้ามันง่ายเค้าก้อทำกันทั่วบ้านทั่วเมือง

ตอบ ใช่ แต่กว่าจะคิดว่ามันง่ายคงต้องใช้เวลา

 19. เมื่อไหร่จะเริ่มเทรดเงินจริงได้

ตอบ เมื่อคุณพร้อม

อย่างที่กล่าวไปหลาย ๆ คำถาม ผมก็มิอาจตอบได้เพราะ ผมไม่ใช้เทพธิดาพยากรณ์ สิ่ง ๆ ต่าง มันเกิดมาจากการสั่งสมประสบการณื แล้วคุณจะสามารถวิเคราะห์มันได้เอง ถามผมว่ามันง่ายมั้ย ผมก็จะตอบว่ามันง่าย  แต่กว่าผมจะรู้สึกว่ามันง่ายก็ผาเข้าไป 3 ปี ลองผิดลองถูก ไม่เคยไปถามใครว่าเช้าตรงไหน ออกตรงไหน จะลงอีกนานมั้ย

คุณต้องฝึกฝน และ ศึกษา มากมายทั้งรูปแบบของกราฟ การดูอินดิเคเตอร์ และการวิเคราะห์ สุดท้ายมันจะก่อเกิดระบบ ของคุณ เป็นรูปแบบในการวิเคราะห์จุดเข้า และ ออกจากตลาดในแบบฉบับของคุณเอง

 หวังว่าคนที่คิดจะเล่นใหม่ไม่ใช่แค่คิดว่าเข้ามาแล้วคุณจะทำเงินได้ภายในเดือนแรก คุณอาจต้องใช้เวลาเป็น ปี ๆ หรือ หลายปี แต่หลังจากนั้นคุณจะรู้สึกว่ามันคุ้มค่า

ผมคิดว่าบล๊อกนี้ ได้กล่าวถึงพื้นฐานการเล่นไว้หมดแล้ว หากคุณอ่านมาถึงนี่แสดงว่าคุณคงสนใจอยู่พอสมควร  ถ้าคิดจะเริ่มก็สามารถศึกษาพื้นฐานต่าง ๆ ได้จากที่นี้ อาจจะไม่ครบถ้วน แต่ก็น่าจะพอทำให้พอเข้าใจบ้าง หากสงสัยจริง 

 

msn มาคุยกันได้ แต่อย่าถามคำถามที่ผมกล่าวไปแล้ว ไม่งั้นผมลบแล้ว บล๊อค แน่นอน

นี่เป็นหัวข้อสุดท้ายที่จะเขียน เพราะที่นี้มีพื้นฐานเพียงพอแล้วขอบคุณที่ติดตาม

The Exorsist Trader

หลักจิตวิทยากับตลาด

posted on 05 Dec 2008 12:25 by forexstudy  in ForexFundamental

               โดยปกติเวลาเราเล่นหุ้น ในตลาดต่าง ไม่ว่าจะเป็น forex set หรือตลาดค้าทองคำก็ตามสิ่งที่จะเป็นตัวกำหนดราคาคือผู้ค้าหรือนักเทรดอย่างเรา ๆ นั่นเอง แน่นอนว่าคงไม่ได้ขึ้นกับนักเทรดเพียงบางคนหรือบางกลุ่ม แต่ขึ้นอยู่กับนักเทรดส่วนมากที่อยู่ในตลาดและจะเป็ส่วนในการจะกำหนดทิศทางของตลาด ราคาตลาดจะขึ้นอยู่กับความเชื่อมั่นของนักเทรดส่วนมาก หรือขึ้นอยู่กับสภาพจิตใจของนักลงทุนนั่นเอง

 

                สมมติว่ามีข่าวเกี่ยวกับผลประกอบการ ของบริษัทแห่งหนึ่งในสหรัฐลดลง หรือน้อยกว่าที่คาดไว้ ถ้าเป็นบริษัทขนาดใหญ่ อาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของผู้ค้าเงิน อาจทำให้เกิดการเทขายเงินดอลล่าสหรัฐกันไปเลย โดยที่ความจริงนั้นเราก็ยังไม่อาจรู้แน่ชัดว่า มันกระทบถึงเศรฐกิจของสหรัฐจริงหรือไม่ หรือกระทบมากน้อยแค่ไหนแต่ผู้ลงทุนเกิดความไม่เชื่อมั่นจนทำให้ราคาค่าเงินของสหรัฐอ่อนลงเนื่องจากการเทขาย และอย่างสถานการณ์ในปัจจุบันจะสังเกตได้ว่าตัวเลขเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ของสหรัฐ กลับไม่ได้ส่งผลให้่ค่าเงินสหรัให้อ่อนลง กลับเป็การทำให้ค่าเงินสหรัฐแข็งค่าขึ้นอันนื่องมาจากเป็นสกุลเงินที่มีความปลอดภัยสูง เพราะนักลงทุนเกิดความไม่เชื่อมั่นในเศรษฐกิจโลกนั่นเอง

 

             เห็นได้ว่าราคาของตลาดจะไปในทิศทางใดนั้นได้มีเหตุมาจากสภาพจิตใจและความเชื่อมั่นของนักลงทุนในตลาดหากเรารับรู้ถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนส่วนมากไดแล้วก็เป็นส่วนนึงที่จะทำให้เราทราบได้ว่าตลาดในวันนี้จะเป็นอย่างไร ราคาจะหยุดเมื่อไหร่ ช่วงไหนไล่ซื้อ หรือเทขายเป็นต้น แ่ต่อย่างไรก็ตามมันก็เป็นเพียงปัจจัยส่วนนึงในการกำหนดราคาของตลาดเท่านั้นยังมีอีกหลายปัจจัยที่กำหนดราคาในตลาด

Forex คืออะไร?

posted on 17 Sep 2008 12:42 by forexstudy  in ForexFundamental
ตลาด Forex คือตลาดทุนที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก โดยสิ่งที่ซื้อ-ขายกันในตลาดนี้คือเงินตราสกุลต่างๆ ครับ โดยตลาด Forex มีมูลค่าการซื้อขายต่อวันสูงถึง 1.9 ล้านล้าน เหรียญสหรัฐ มากกว่าทุกตลาดทางการเงินในโลกนี้รวมกัน!

ตลาด Forex มีตลาดใหญ่ๆ อยู่ที่ ญี่ปุ่น ลอนดอน นิวยอร์ค และยังมีตลาดที่ออสเตรเลีย กับยุโรป อีกด้วย ซึ่งการที่มีตลาดเปิด และปิดในหลายพื้นที่ของโลกเหลื่อมลั้มกัน จึงทำให้เสมือนหนึ่งตลาดนี้ ไม่มีวันหลับไหล โดยสามารถเริ่มเข้าตลาดได้ตั้งแต่ตี 4 เช้าวันจันทร์ จนถึงตี 4 เช้าวันเสาร์ (ตามเวลาในประเทศไทย) ตลอด 24 ชั่วโมง!!!

ก่อนอินเตอร์ เน็ทจะแพร่หลาย ตลาดการเงินแห่งนี้จะมีผู้เล่นหลักเฉพาะในกลุ่ม ธนาคาร กองทุน ผู้นำเข้า และส่งออก และในกลุ่มของคนที่ใกล้ชิดวงการธนาคาร แต่เมื่ออินเตอร์เน็ทเริ่มบูม ก็เริ่มมีการพัฒนาระบบเทรดบนอินเตอร์เน็ท และเริ่มมีผู้ให้บริการ (โบรกเกอร์) มากขึ้น

จนกระทั่งเริ่มมี โบรกเกอร์ที่ให้บริการสำหรับนักลงทุนรายย่อย และมือใหม่ที่เริ่มสนใจตลาดเงินให้สามารถเริ่มต้อนได้ด้วยทุนเพียง $1 - $500 เท่านั้น!

หลายคนอาจจะเริ่มสงสัย ว่าด้วยทุนเพียง $1 จะสามารถทำกำไรได้อย่างไร

นี่ แหล่ะครับ คือความน่าสนใจอีก 1 ข้อของตลาดนี้ คือระบบที่เรียกว่า Leverage ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้ที่มีทุนน้อย สามารถทำกำไรได้เสมือนหนึ่งมีทุนเป็นแสน เป็นล้าน ไว้เดี๋ยวจะอธิบายต่อไป

สรุปความน่าสใจในของตลาด Forex
  • เงินลงทุนต่ำ ต่ำสุดเพียง $1 หรือ 34 บาท
  • ตลาด online ผ่าน Internet 24 ชั่วโมง ดำเนินการทุกอย่างผ่าน Internet
  • ไม่มีคนกลาง คำสั่งซื้อ-ขาย เป็นระบบอัตโนมัติ ไท่พลาดทุกคำสั่งซื้อ-ขาย
  • สามารถทำกำไรได้ทั้งตลาดขาขึ้น และตลาดขาลง
  • ค่าดำเนินการต่ำ โบรกเกอร์เก็บค่า spreed ตั้งแต่ 1 - 20 pips ต่อเทรด ขึ้นอยู่กับคู่ของค่าเงินที่เทรด
  • มี demo account สามารถทดลองเทรดได้เสมือนจริง บนระบบจริง โดยไม่มีค่าใช้จ่าย

ติดตามตอนต่อไป "แล้วเราจะเริ่มต้นอย่างไร?"


เริ่มต้นกับ Forex

posted on 17 Sep 2008 12:40 by forexstudy  in ForexFundamental
เอาล่ะครับ ทีนี้ก็มาถึงหัวข้อ "เราจะเริ่มต้นอย่างไร?"

ในการที่เราจะเริ่มต้นการเทรด Forex ได้นะครับ อันดับแรก สิ่งที่คุณควรจะมีคือ

  • คอมพิวเตอร์เจ๋งๆ ซัก 1 เครื่อง
  • internet connection - ควรจะเป็นแบบไฮสปีดนะครับ
  • โต๊ะคอมฯ และเก้าอี้นั่งสบายๆ
  • ตัวเรา อ่ะ! อันนี้แน่นอน เพราะเราต้องทำการเทรดเองนี่นา
  • ทุน เริ่มต้นที่ 0 บาท ครับ ไม่ผิด 0 บาท เพราะหากยังไม่คุ้นเคย ผมแนะนำให้ทดลองเล่น demo account ไปก่อน อย่างน้อยๆ 3 เดือน โบรกเกอร์ที่ผมใช้อยู่ มี demo account และ virtual money ให้ทดลองเล่น ทุกอย่างคือของจริง ยกเว้น เล่น-ได้ เสีย ก็ไม่ ได้-เสีย เงิน จริงๆ เพราะเป็นเงินปลอมทดลองเล่น และที่สำคัญ 2 โบรกนี้ ยังมี real money หรือเงินจริง เป็นทุนให้เราด้วย ที่ $5 และ $1 ตามลำดับ
  • ทำใจสบายๆ แล้วทำเงินกันเลย

จากนั้นครับ สิ่งที่เราจะเริ่มต้นทดลองเทรดได้ จะต้องเริ่มจาก

1. สมัคร e-currency

e-currency คือระบบการเงินบน internet ครับ ที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายคือ Paypal หรือบางคนอาจจะรู้จัก e-gold / e-bullion บ้าง แต่ตอนนี้โบรกที่ใช้รับ และสะดวกสำหรับการแลกเปลี่ยน (ให้เป็นเงินในกระเป๋าเรา) ในไทยคือ e-bullion ซึ่งสามารถสมัครได้ที่ http://www.e-bullion.com และบางโบรกเกอร์ ก็มี Paypal ให้บริการ ฝาก-ถอน เงินลงทุน ซึ่งจะสะดวกมากๆ สำหรับเรา ถ้าจะสมัคร Paypal ก็ www.paypal.com (ตอนนี้ Liberty Reserver ก็เป็นที่นิยมครับ สมัครได้ที่ https://www.libertyreserve.com/en)

อ้อ.. e-bullion มีค่าบริการรายเดือนๆ ละ $7 นะครับ แต่ไม่มีค่าธรรมเนียมในการรับส่งเงิน ทั้งนี้ระบบจะตัดบัญชีอัตโนมัติทุกวันที่ 1 แนะนำว่าควรเหลือเงินไว้ให้เค้าตัดด้วยนะครับ ถึงไม่ครบ $7 ก็เหลือไว้บ้าง แต่เค้าก็จะไม่ตัดย้อนหลังนะครับ แต่ถ้าบ่อยๆ อาจจะมีปัญหาเรื่องการใช้บัญชีได้ครับ ส่วน Paypal ไม่มีรายเดือนแต่มีค่าธรรมเนียม

2. สมัึครสมาชิกเว็บ ซื้อ-ขาย e-currency

มีหลายเว็บที่แนะนำครับ สำหรับ ซื้อ-ขาย e-currency ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.thaiopenmarket.com - http://www.egoldthai.comhttp://www.tarad.com/e-currency

3. สมัครเทรดกับโบรกเกอร์

ให้สมัครทิ้งไว้ก่อนนะครับ แล้วโหลดโปรแกรมมาเตรียมไว้ ยังไม่ต้องห่วงครับว่าจะใช้ยังไง เทรดยังไง จะค่อยๆแนะนำไปนะครับ

3.1 สมัครที่ Marketiva

http://www.marketiva.com/?gid=19649 - เมื่อเข้าไปที่เว็บแล้ว ก็ไปที่เมนู Open Account นะครับ ให้กรอกข้อมูลตามจริง เสร็จแล้วก็ download โปรแกรมชื่อ Streamster มาลงไว้ที่เครื่อง *Maketiva จะให้เงินทดลองเล่น หรือ virtual money $10,000 และเงินจริง $5 นะครับ ฉะนั้นจึงบังคับว่า 1 คนสมัครได้แค่ 1 account และต่อ 1 เครื่องคอมพิวเตอร์เท่านั้นนะครับ


การทำเงินในตลาด Forex

posted on 17 Sep 2008 12:37 by forexstudy  in ForexFundamental
ในตลาด Forex จะต่างจากหุ้น ตรงที่ เราจะดูกันเป็น “คู่” ครับ ยกตัวอย่างเช่น EUR/USD คือการเปรียบเทียบระหว่างเงินยูโร กับเงินดอลล่าห์ ค่าเงินด้านซ้ายเราเรียกว่า base currency โดยเรามักจะเห็นราคา ซื้อ-ขาย อย่างนี้ครับ

EUR/USD bid= 1.3500 offer= 1.3502

โบรกเกอร์จะทำเงินจากเราจากส่วนต่างของ bid-offer ดังนั้น ทุกครั้งที่เราเปิดการเทรด เราจะติดลบก่อนเสมอ ซึ่งจะมากหรือน้อย ก็ขึ้นอยู่กับส่วนต่าง bid-offer นี้ (แต่ละคู่ของค่าเงินจะไม่เท่ากัน เช่นที่ Maketiva คู่ EUR/USD จะต่างกัน 2 หรืออย่าง GBP/JPY ต่างกัน 7 (ที่ FxOpen แบบ micro จะมากกว่า Marketiva อยู่ +1 แต่ standard จะเท่ากัน))

เช่น ณ เวลาที่เราเข้า Buy คู่ EUR/USD อยู่ที่ 1.3502 (ที่ราคา offer) ถ้าเราปิด (close) ทันที เราจะ sell คืนไปที่ 1.3500 (ที่ราคา bid) เท่ากับเราขาดทุน 0.0002 หรือ 2 จุด (หรือ pip)

ถ้าเราสั่ง ซื้อ (เรียกว่า Buy หรือ Long) ในตอนที่เราเปิด order (เปิด order BUY) เราจะได้ราคาที่ offer และเมื่อเราสั่งปิด order นี้ เราจะได้ราคาที่ bid - การ buy คือการที่เราซื้อมาถือไว้ เพื่อรออัตราแลกเปลี่ยนที่สูงขึ้น และเราจะปิด order นี้ โดยการ sell คืน (การสั่ง close order จะเป็นการ sell อัตโนมัติครับ - ไม่ใช่ให้เราเปิด order sell อีกอัน) ไปในราคาที่สูงกว่า (ถ้า sell คืนในราคาต่ำกว่า เราก็ขาดทุน) เรียกว่า ซื้อถูก ขายแพง

ข้อดีอีกข้อของตลาด Forex คือ เราสามารถเทรดขาลงได้ด้วย

เมื่อ เราสั่ง ขาย (เรียกว่า Sell หรือ Short) ในตอนที่เราเปิด order (เปิด order SELL) เราจะได้ราคาที่ bid และเมื่อเราสั่งปิด order นี้ เราจะได้ราคาที่ offer - การ Sell คือการที่เราสั่งโบรกให้ขายออกไปก่อน เพื่อรออัตราแลกเปลี่ยนตกลงมา และเราจะปิด order นี้ โดยการ Buy คืน (การสั่ง close order จะเป็นการ buy อัตโนมัติครับ - ไม่ใช่ให้เราเปิด order buy อีกอัน) ไปในราคาที่ต่ำกว่า (ถ้า Buy คืนในราคาสูงกว่า เราก็ขาดทุน) เรียกว่า ขายแพง แล้วซื้อถูก

แต่จะเห็นว่า เราดู จุด หรือ pip กันที่ ทศนิยมตำแหน่งที่ 4 (หรือตำแหน่งที่ 2 ในบางคู่) เราลองมาดู EUR/USD กัน

สมมุติ ว่า เราพิจารณาแล้ว เราเห็นว่า EUR น่าจะแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับ USD (คือ EUR จะแลก USD ได้มากขึ้น เมื่อเวลาผ่านไป) เราจึงทำการเข้า buy โดยที่เราได้ราคา ที่ 1.3502 (จำได้มั๊ยครับว่าเราจะได้ราคา offer นั่นแปลว่าเมื่อเทียบกับ bid เราจะ -2 นี่คืนส่วนของค่าคอมมิทชั่นของโบรกเกอร์ครับ)

เมื่อเวลาผ่านไป ราคาวิ่งขึ้นไป ที่ 1.3552 หรือขึ้นมา 50 จุด แล้วเราเห็นว่าอาจจะไปต่อไม่ไหว จึงปิดทำกำไรที่ จุดนี้ เราจะได้กำไรมา 50 จุด หรือ 50 pips หรือ 0.0050 หน่วยใน base currency ซึ่งในที่นี้คือ 0.0050 usd

น้อยมากใช่ไหมครับ 0.0050 USD = ครึ่งเซ็นต์ หรือประมาณ 17 สตางค์ เท่านั้น นั่นแปลว่าหากเราอยากทำกำไรเยอะๆ เช่น pip ละ $1 (50 pip ก็คือ $50) เราต้องสั่งเทรดถึง $10,000 โอ้ว... ผมเองก็ไม่มีหรอกครับ $10,000

แล้วเราจะทำอย่างไรล่ะ

เดี๋ยวเรามาดูกันต่อในหัวข้อ Leverage นะครับ ว่าทำไมการมี Leverage ช่วยให้เราทำเงินเยอะ จากการลงทุนที่น้อยกว่าได้อย่างไร

เกี่ยวกับ Leverage

posted on 17 Sep 2008 12:31 by forexstudy  in ForexFundamental

มาดูเรื่อง Leverage กันต่อครับ



Leverage 1:100 แปลว่า เราใช้ทุนของเราเองเพียง 1 เพื่อสั่งซื้อ-ขาย 100 เช่น เราจะสั่งซื้อ EUR มาถือไว้ โดยจะซื้อที่ราคา 1.3502 จำนวน 100 USD (คือได้มา 74.0631 EUR) เราไม่ต้องใช้ 100 USD ครับ เราจะใช้เพียง 1 USD เพื่อแลก 74.0631 EUR มาถือไว้ ซึ่งเมื่อเราขายคืนไปที่ 1.3552 หรือกำไรมา 0.0050 แทนที่เราจะกำไรแค่ นั้น จะกลายเป็นว่าเราจะทำกำไรได้ 0.50 usd แปลว่าเราสามารถทำกำไรได้ 50% จากเงินที่เราลง (เราลงเพียง $1 เพื่อทำกำไร $0.50)

แต่ไม่ต้องห่วง นะครับ ว่าเราจะมีเงินพอรึเปล่า เวลามี Leverage แบบนี้ เพราะเวลาเทรดเราจะสั่งเทรดอย่างมาก ไม่เกิน 40% ของทุน (แต่แนะนำที่ 10% ครับ จะได้มีเหลือไว้แก้ตัว) เช่นถ้าเรามีทุน $100 เราก็สั่งเทรดเพียง $10 หรือ 10% (แต่เวลาสั่ง $10 คือ 1,000 unit นะครับ ที่ Leverage 1:100) 10% ที่ใช้ เราจะเรียกว่า used margin เวลาราคาวิ่งขึ้นหรือลง มันจะมาบวก หรือ ลบ ที่ 90% ที่เหลือ หรือที่เรียกว่า available margin หากเราติดลบไปเรื่อยๆ จน available หมด ระบบจะทำการตัดขาดทุน โดยการปิด order นี้ โดยอัตโนมัติ นั่นคือ โบรกเกอร์จะไม่ยอมขาดทุนแทนเราหรอกครับ

คิด คร่าวๆ คือ เราจะทำกำไร (ขาดทุน) ได้ ประมาณ 1% ต่อ pip จากเงินทุนของเรา (คู่อื่นอาจจะไม่ถึง 1% บางคู่ก็มากกว่า เช่น EUR/GBP ตกประมาณ 2% ครับ)

นั่น หมายความว่า ด้วยทุนเพียง $100 (3,400 บาท) คุณจะสามารถทำกำไรได้ถึงจุดละ $1 (สั่งเทรด 10,000 unit) หากทำได้ 10 จุดต่อวัน ก็วันละ $10 หรือ 340 บาท (โดยประมาณ) หรือวันละ 10%

และด้วยทุนเพียง $1,000 (34,000 บาท) เราจะสามารถทำกำไรได้ถึงจุดละ $10 (สั่งเทรด 100,000 unit) หากทำได้ 10 จุดต่อวัน ก็วันละ $100 หรือ 3,400 บาท

หรืออาจจะเริ่มเพียง $1 (34 บาท) โดยจะได้จุดละประมาณ 1 เซ็นต์

ค่อยๆ สะสมไปก็ได้ครับ เพราะมีแล้วคนที่ปั้น $5 จากทุนฟรีที่ Marketiva มีให้ ไปเป็น $1,000 ใน 3 เดือน

ลอง คิดดูเล่นๆู ล่ะกันครับ ถ้าเพียงคุณสามารถทำกำไรได้ 10% ของทุนต่อวัน เพิ่มไปเรื่อยๆ 6 เดือน (120 วันเทรด) จะเป็นเงินเท่าไหร่ จากทุนเพียง $5

เป็น $463,545.34 หรือ 15,765,541.60 บาท ครับ โอ้ววววว พระเจ้าช่วย (ทำได้แค่ 5% ของไอเดียนี้ก็หรูแล้วครับ)

ปกติ EUR/USD จะไม่แรงมาก ทำวันละ 20-30 จุดได้ หากเป็นบางคู่ เช่น GBP/JYP (ทุกวันนี้ผมเล่น GBP/JYP เป็นหลัก เพราะแรง เร้าใจ) ผมเคยทำได้มากสุด +250 จุด เพียงช่วงเวลาที่ผมหลับ (เที่ยงคืน) จนมาถึงเวลาที่ผมตื่น (7 โมงครึ่ง) หรือ 250% ของเงินทุนที่ผมเทรด

ที่ FxOpen ให้เราสามารถ up Leverage ได้สูงสุดถึง 1:500 นั่นแปลว่า เราใช้ทุนตัวเองเพียง $200 ในการเทรด 100,000 unit (หรือ 1 lot จะได้จุดละ $10) เองครับ

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น Leverage ก็เป็นดาบ 2 คม ที่ทั้งทำให้ รวย-จน ได้ในพริบตา

Leverage และการที่มันวิ่งขึ้นลงทั้งวัน นี่แหล่ะครับ ที่ทำให้ Forex สนุก และเร้าใจ

 

อธิบายเพิ่มเติม เพื่อให้เห็นภาพมากขึ้นครับ...

Leverage ที่มากขึ้น ทำให้ใช้ margin น้อยลงครับ เช่น

หากเราสั่งเทรด 1 Lot (บน mt4 จะมีค่าเท่ากับการเทรด Quantity = 100,000 unit ที่ marketiva)

หากใช้ Leverage 1:100 จะใช้ margin = $1,000 โดย 1 pip จะมีค่า = $10
หากใช Leverage 1:200 จะใช้ margin = $500 โดย 1 pip จะมีค่า = $10
หากใช Leverage 1:500 จะใช้ margin = $200 โดย 1 pip จะมีค่า = $10

สังเกต นะครับ ผมสั่งเทรดจำนวนเท่ากัน คือ 1 Lot (หรือ Quantity = 100,000 unit ที่ marketiva ซึ่ง) และ 1 pip นั้น ไม่ว่าจะใช้ Leverage เท่าไหร่ จะมีค่าเท่ากัน แต่สิ่งที่แตกต่างกันคือ margin ที่ใช้ลดลง

ข้อดีของ Leverage ที่มากขึ้น คือการได้ใช้ margin ลดลง อาจะทำให้ถือลบ ได้นานอีกหน่อย (ถ้าจะถือจนลบหมดตัว)

แต่ ข้อเสียคือ ถ้ามองถึงการใช้ margin และยังคงดูเรื่อง fund management ที่เราพยายามเทรดไม่เกิน 10% ของทุน การที่ Leverage มากขึ้น เช่น เพิ่มจาก 1:100 ไปเป็น 1:200 แล้วเรายังคงเทรดโดยใช้ margin 10% สิ่งที่จะแตกต่างกันคือ (ถ้าทุน $10,000 เทรด โดยใช้ margin $1,000)

1:100 ต้องสั่งเทรด 1 Lot (หรือ 100,000 Quantity) เพื่อใช้ margin $1,000 จะได้ 1 pip = $10 ซึ่งถ้า -900 จุด จะโดน cut loss

แต่

1:200 ต้องสั่งเทรด 2 Lot (หรือ 200,000 Quantity) เพื่อใช้ margin $1,000 จะได้ 1 pip = $20 ซึ่งถ้า -450 จุด จะโดน cut loss
(จริงๆ marketiva สั่งได้มากสุดแค่ 100,000 แต่ e-mail ขอ support เพิ่มเป็น 200,000 ได้)

ซึ่ง ถ้าจะใช้ให้ถูก ถึงเราจะเลือก 1:200 เราก็ควรจะเทรดที่ 1 Lot (หรือ 100,000 Quantity) เหมือนเดิม เพื่อที่จะใช้ margin ลดลงเหลือ $500 ซึ่ง 1 pip จะยังคง = $10 และจะโดน cut loss เมื่อ -950 จุด (ยืดมาได้ 50 จุด จากที่ใช้ 1:100 ที่ลบได้แค่ 900 จุด)

ป.ล. marketiva เราไม่สามารถเลือก Leverage ได้ครับ ต้องใช้ 1:100 ครับ - สำหรับโบรกอื่น จะเป็นโปรแกรมเทรดที่เรียกว่า mt4 (เช่น FxOpen, FxClearing และ LiteForex) สามารถเลือก Leverage ได้